ปวดหัวไม่ใช่เรื่องเล่นๆ: ปวดหัวแบบไหนแค่พักก็หาย ปวดแบบไหนควรรีบไปหาหมอ?

อาการปวดหัวเป็นสิ่งที่หลายคนคุ้นเคย บางครั้งแค่พักผ่อนก็หาย แต่บางครั้งก็ปวดจนรบกวนชีวิตประจำวัน หรืออาจเป็นสัญญาณของโรคที่ร้ายแรงกว่าที่เราคิด แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าอาการปวดหัวของเราอยู่ในระดับไหน? บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจอาการปวดหัวแต่ละประเภท พร้อมเคล็ดลับในการดูแลตัวเอง และวิธีสังเกตว่าควรพบแพทย์เมื่อไรกันค่ะ

ปวดหัวมีกี่แบบ? และแต่ละแบบต่างกันยังไง

ปวดหัวจากความเครียด (Tension Headache)
ลักษณะ: ปวดตื้อๆ มักรู้สึกหนักๆ รอบศีรษะหรือท้ายทอย คล้ายถูกบีบรัด
สาเหตุ: เครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ ใช้สายตาหนักเกินไป
วิธีดูแลตัวเอง: พักสายตาให้เพียงพอ ดื่มน้ำ พยายามผ่อนคลายความเครียด เช่น หายใจลึกๆ หรือเดินเล่น
*แบบนี้มักจะดีขึ้นหลังพักผ่อน ไม่จำเป็นต้องไปโรงพยาบาลทันที

ไมเกรน (Migraine)
ลักษณะ: ปวดตุบๆ มักเกิดข้างเดียว อาจมีอาการคลื่นไส้ แพ้แสงหรือเสียงร่วมด้วย
สาเหตุ: ยังไม่แน่ชัด แต่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงในสมอง ฮอร์โมน และสิ่งกระตุ้นบางอย่าง เช่น อาหาร นอนน้อย ความเครียด
วิธีดูแลตัวเอง: หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น เช่น กาแฟ ช็อกโกแลต แอลกอฮอล์ พักผ่อนในที่เงียบ มืด และเย็น
*ถ้าเป็นไมเกรนบ่อยหรือรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับยาระงับอาการและป้องกันไมเกรนระยะยาว

ปวดหัวจากไซนัสอักเสบ (Sinus Headache)
ลักษณะ: ปวดบริเวณโหนกแก้ม หน้าผาก หรือรอบดวงตา ปวดหนักเวลาโน้มหน้า หรือเปลี่ยนอิริยาบถ
สาเหตุ: การติดเชื้อที่โพรงไซนัส
วิธีดูแลตัวเอง: ดื่มน้ำอุ่น พักผ่อน อาจใช้ไอน้ำช่วยเปิดโพรงไซนัส หากมีไข้สูงหรือมีหนอง ควรไปพบแพทย์
*หากอาการไม่ดีขึ้นใน 3-5 วัน หรือปวดรุนแรงขึ้น ควรพบแพทย์

ปวดหัวคลัสเตอร์ (Cluster Headache)
ลักษณะ: ปวดแบบรุนแรงเฉียบพลัน มักเกิดซ้ำในช่วงเวลาใกล้กัน ปวดข้างเดียว ปวดหลังตาหรือขมับ น้ำตาไหล น้ำมูกไหลข้างเดียว
สาเหตุ: ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เกี่ยวกับระบบประสาทส่วนกลาง
วิธีดูแลตัวเอง: ต้องพบแพทย์เพื่อรับยาที่ช่วยลดอาการเฉียบพลันและป้องกันการเกิดซ้ำ
*เป็นอาการปวดที่รุนแรง ต้องพบแพทย์ทันทีหากสงสัยว่าเป็นคลัสเตอร์

สัญญาณอันตราย! ปวดหัวแบบนี้ต้องรีบไปหาหมอ
หากคุณมีอาการเหล่านี้ร่วมกับอาการปวดหัว ควรไปพบแพทย์ทันที:
• ปวดหัวแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน รุนแรงผิดปกติ
• ปวดหัวร่วมกับมีไข้สูง คอแข็ง อาเจียนรุนแรง
• แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด มองเห็นภาพซ้อน
• ปวดหัวหลังการบาดเจ็บที่ศีรษะ
• ปวดหัวในผู้สูงอายุที่ไม่เคยมีประวัติมาก่อน
อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของภาวะร้ายแรง เช่น เลือดออกในสมอง เนื้องอก หรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

เคล็ดลับดูแลตัวเองให้ห่างไกลอาการปวดหัว
• ดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว
• พักผ่อนให้เพียงพอ วันละ 7-8 ชั่วโมง
• หลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นไมเกรน เช่น ชีส ช็อกโกแลต แอลกอฮอล์
• ปรับท่าทางเวลานั่งทำงาน อย่าเกร็งคอและไหล่
• ออกกำลังกายเบาๆ เป็นประจำ เช่น เดินเร็ว โยคะ
• ฝึกผ่อนคลายความเครียด เช่น หายใจลึกๆ นั่งสมาธิ หรือฟังเพลงเบาๆ

อาการปวดหัวมีหลายประเภท และไม่ใช่ทุกแบบที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล แต่อย่าชะล่าใจ หากมีอาการผิดปกติร่วมด้วยควรรีบพบแพทย์เพื่อความปลอดภัย การรู้จักร่างกายตัวเอง และดูแลตัวเองให้ถูกวิธีคือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เราใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ ผู้อ่านท่านใดที่มีความสนใจ อยากเข้ารับการรักษา อาการปวดหัว สามารถสอบถามเพิ่มเติมเพื่อเข้ารับการรักษาได้ที่ H8 Clinic คลินิกเฉพาะทางด้านอาการปวดหัว ที่พร้อมทำการวินิจฉัยรักษา ให้คำแนะนำโดยแพทย์เฉพาะทางด้านระบบประสาทและสมอง ติดตามผลการรักษาอย่างใส่ใจค่ะ

Thai